“อ่าน” ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2555

cover14aanforweb

“วาดภาพผู้หญิงเปลือยล่อนจ้อน โดยไม่แปดเปื้อนยางอาย” : ทำอย่างไร?

สายัณห์ แดงกลม | เรื่องจากปก

เมื่อบทวิจารณ์ทำหน้าที่มากกว่ารายงานและประเมินผล เมื่อผู้วิจารณ์ถ่ายทอดจินตนาการหรือแฟนตาซีแทนที่คำวิจารณ์ เมื่อลายลักษณ์ให้ภาพเทียบเคียงและเท่าผลงานทัศนศิลป์ การวิจารณ์ตั้งต้นเป็นทั้งเกณฑ์และเงื่อนไขในตัว เป้าหมายของการวิจารณ์ไม่ได้วกเข้าการวิจารณ์หรือมุ่งสู่วัตถุทางศิลปะ แต่คำได้สร้างขอบเขตใหม่ให้พิจารณา รวมถึงแฝงการทำให้เห็นวิธีคลี่คลายปัญหาอันชวนตะขิดตะขวงใจ เบื้องหลังคำและภาพคือกลยุทธ์และโวหารที่ต่างตอบโต้ยอกย้อนต่อกัน

ปราชญ์และนักประพันธ์ดิเดอโรท์ (Denis Diderot 1713-1784) ได้รับมอบหมายจากกริมม์ (Friedrich Melchior, baron von Grimm 1723-1807) บรรณาธิการเยอรมันของวารสาร Corres-pendance litt ééraire ให้เขียนเล่ารายงานข่าวสารนิทรรศการศิลปะหรือ Salon ที่จัดทุกสองปีโดยราชบัณฑิตยสถานทางศิลปะ ปัญญาชนผู้คลุกเคล้ากับกระแสวัฒนธรรมสังคมและการเมืองจึงมีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นต่อแวดวงศิลปะร่วมสมัยของตน ปราชญ์ประพันธกรสวมบทบาทของนักวิจารณ์ที่แปลงให้งานวิจารณ์เป็นวรรณกรรมอีกประเภท รายงานความเคลื่อนไหวทางศิลปะกลายเป็นงานเขียนที่มีลักษณะเฉพาะตัวด้วยการแทรกสีสันความคิดอื่นๆ ตลอดจนพลิกแพลงรูปแบบการเขียนตามแต่แรงกระตุ้นจากงานที่ได้ไปชม ทำให้รับรู้มโนทัศน์ความนึกคิด อารมณ์ความรู้สึก ทัศนคติ อคติ จินตนาการ สัมผัสถึงความสลับซับซ้อนของตัวบทที่ไม่ใช่การบอกเล่าธรรมดาสามัญ ความเข้มข้นของบทวิพากษ์วิจารณ์เพิ่มขึ้นจากซาลงหนึ่งไปอีกซาลงหนึ่งก่อนจะจางลงในช่วงท้ายตามลำดับ Salon de 1767 ถือว่าเป็นงานเขียนที่ทั้งยืดยาวและหลากพลวัตหลากแง่มุมความคิด ในช่วงหนึ่งของบทวิจารณ์ ดิเดอโรท์สร้างข้อเสนอให้จิตรกรวาดภาพตามที่ตนคิดฝันขึ้น เดิมพันของนักวิจารณ์เกี่ยวข้องกับปัญหาทางสุนทรียศาสตร์และจริยศาสตร์ที่ดิเดอโรท์ต้องขบคิดแก้ไปในคราวเดียวกัน

อีโรติกแบบสันติวิถี
ในจำนวนข้อเสนอทั้งสี่ของดิเดอโรท์ สองข้อเสนอแรกอยู่ไล่เลี่ยกันและเป็นประเภทที่ตรงข้ามกัน จึงอาจนำมาเปรียบเทียบกันได้ และหนึ่งในนั้นคือข้อเสนอสำหรับจิตรกรเกรอซ์ (J. B. Greuze 1725-1805)

ลาเกรอเน่บอกข้าพเจ้าว่า ช่วยให้หัวข้อเกี่ยวกับสันติภาพกับข้าสักหนึ่งหัวข้อเถิด และข้าพเจ้าตอบเขาไปว่า ให้ท่านแสดงมาร์สสวมชุดเกราะ คาดดาบที่สะเอว ศีรษะงามงด สง่า อาจหาญ ผมยุ่ง จัดวางวีนัสไว้ข้างเขา แต่เป็นวีนัสที่เปลือยเปล่า ยิ่งใหญ่ วิเศษ เย้ายวน ให้นางพาดแขนข้างหนึ่งอย่างนุ่มนวลบนไหล่ของชายชู้ของนาง และพร้อมกับที่ส่งยิ้มอันชวนลุ่มหลง นางก็ชี้ให้เขาเห็นชิ้นส่วนของชุดเกราะที่ขาดอยู่เพียงชิ้นเดียว คือหมวกของเขาที่นกพิราบของนางได้เข้าไปทำรังเสียแล้ว จิตรกรบอกว่า ข้าเข้าใจ แล้วเรายังจะเห็นฟางอีกสองสามเส้นโผล่ออกมาจากใต้ท้องนกตัวเมีย ตัวผู้เกาะอยู่ตรงกระบังหน้าทำหน้าที่รักษาการณ์ และภาพของข้าก็จะเสร็จเรียบร้อย

เกรอซ์บอกข้าพเจ้าว่า ข้าอยากจะวาดภาพผู้หญิงเปลือยล่อนจ้อนโดยไม่แปดเปื้อนยางอาย และข้าพเจ้าตอบเขาไปว่าให้ท่านวาดนางแบบผู้สุจริตใจ (le modèèle honnêête) ให้หญิงสาวแรกรุ่นคนหนึ่งมานั่งเปลือยเปล่าต่อหน้าท่าน เสื้อผ้ามอมๆ ของนางวางบนพื้นใกล้กับนางและบ่งบอกความยากไร้ ให้นางปิดหน้าด้วยมือข้างหนึ่ง น้ำตาสองหยดรินออกจากดวงตาที่เหลือบต่ำ หยาดอาบแก้มงามทั้งสองข้างของนาง ให้ท่าทางของนางเป็นท่าทางของความซื่อบริสุทธิ์ ยางอาย และการเจียมตน ให้แม่ของนางอยู่เคียงข้างนาง ใช้มือข้างหนึ่งและอีกข้างของลูกสาวปิดหน้า หรือไม่ก็ให้นางปิดหน้าด้วยมือทั้งสองของนางและให้มือของลูกสาววางบนไหล่นาง ให้เสื้อผ้าของแม่ผู้นี้บอกถึงความอัตคัตขัดสนเป็นที่สุดเช่นกัน และให้ศิลปินผู้เป็นพยานในตอนดังกล่าวรู้สึกใจอ่อน หวั่นไหว ปล่อยวางจานสีหรือดินสอของเขา และเกรอซ์ก็บอกว่าข้าเห็นภาพข้าแล้ว