อ่าน – อาลัย ตุลาคม 2559

รักที่ขอนแก่น ภวังค์ของชนวัยกลาง

อาดาดล อิงคะวณิช

Cemetery_017

อารมณ์เหงาวูบขึ้นยามบ่ายวันหนึ่งปลายปีที่แล้วขณะนั่งดู รักที่ขอนแก่น (2558) หนังพลัดถิ่นของอภิชาติพงศ์
วีระเศรษฐกุล รอบที่โรงหนังจัดฉายให้สื่อมวลชนดูช่วงงานเทศกาลภาพยนตร์กรุงลอนดอน ในฉากช่วงต้นเรื่อง สาวร่างทรงชื่อเก่งโทรจิตสื่อสารระหว่างทหารเจ็บไข้เป็นโรคหลับใหลตื่นยากกับเมียของเขา ทันทีที่ต่อติดถึงกันผัวเมียก็คุยกันถึงเรื่องสำคัญในชีวิตประสาคนร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันยาวไกล อยากกินอิหยัง เว้ากันเนิบนาบผ่านร่างเก่งคนเก่งสมชื่อ มีญาณพิเศษสื่อสารได้กับทุกจิตทุกวิญญาณ ถึงขั้นเอฟบีไออยากดึงตัวไปเป็นสายลับเห็นว่างั้น ผัวสื่อผ่านว่าอยากกินลาบเนื้อซุปหน่อไม้ เมียซักอย่างคนรู้ใจว่าพริกกี่เม็ด ข้าพเจ้าคนดูชาวไทยผู้ซึ่งยังต้องอาศัยซับไตเติ้ลอยู่บ้างหัวร่อเอิ้กอ้ากอยู่สักแป๊บก็ฝ่อ อ้าวมีกูหัวเราะอยู่เสียงเดียวในรอบฉายที่พวกมืออาชีพหลายชาติหลายภาษาแวะไปดูกันเต็มโรงหนัง

วูบนั้นนึกถึงบ่ายหนึ่งที่ขอนแก่นเมื่อหกเจ็ดปีก่อน เผอิญได้ไปดูหนังเรื่องก่อนของอภิชาติพงศ์ ลุงบุญมีระลึกชาติ (2553) ในโรงมัลติเพล็กซ์เปิดใหม่ในห้างใหญ่ใหม่เอี่ยมใจกลางตัวเมือง แปลกแปร่งในทางกลับกัน ในความรู้สึกบ่ายนั้น ขึ้นบันไดเลื่อนไปถึงทางเข้าโรงเจอคนยืนรออยู่แน่นทีเดียว เอ้อแฮะ มารอรับเอาหนังของศิลปินกลับพื้นถิ่นกันเยอะกว่าที่คาด รอบฉายรอบพิเศษบ่ายนั้นพิเศษอยู่ในแง่อารมณ์ตอบสนองในพื้นที่ ขณะนั่งรถแท็กซี่ไปโรงหนัง ดีเจวิทยุท้องถิ่นช่องที่แท็กซี่เปิดฟังประกาศเรียกหา “พี่เจ้ย” ผ่านคลื่นความถี่ อยู่ไหนคร้าบ ถ้ากำลังฟังอยู่ช่วยโทรเข้ามาด้วยนะคร้าบอยากสัมภาษณ์ เข้มข้นได้ทีในมู้ดคนในพื้นที่อ้าแขนรับศิลปินผู้ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมคนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์แย็บว่าไม่ได้ทำหนังให้คนในชาติดู แปลกหูทีเดียวแฮะ คลื่นเสียงหัวเราะคิกคักดังเป็นระลอกในโรงขณะหนังฉาย เสียงดังขึ้นมาเองเป็นมวลหมู่ตอบสนองหลายๆฉากที่รุ่มรวยด้วยอารมณ์ขันของพวก
คนเสียงเบาที่ชอบแทะหมูปิ้งพลางหยอกเอินเย้ากันนิ่มๆ ขณะนั่งหลบแดดยามบ่ายใต้ร่มศาลาเทศบาล

[…]

ไม่ประหลาดใจที่ลุงเบ็นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอภิชาติพงศ์ แน่ล่ะ ทิวทัศน์ตัวเมืองภูธรและท่วงท่าปฏิสัมพันธ์ของ
คนบ้านๆร่วมสมัย อันเป็นท่อน้ำเลี้ยงพลังสร้างสรรค์หนังกับงานภาพเคลื่อนไหวจัดวางของศิลปินคนนี้ ก็เป็น
ชีวิตที่ลุงเบ็นนิยมรักใคร่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากแกยังอยู่ปีนี้ข้าพเจ้าก็จะเขียนอีเมลไปเปิดประเด็นคุยถึงวิธีที่
รักที่ขอนแก่น เชื้อเชิญให้คนดูคล้อยมองตามหนัง ให้คนดูมองตามอากัปกิริยาท่วงท่าการมองของร่างบนจอหนัง กับรูปแบบจังหวะจ้องมองของตัวหนังเอง กิจกรรมเพ่งพิศของหนังนั้นใกล้อย่างน่าอัศจรรย์ใจกับวิธีการมองที่ลุงเบ็นชอบนำมาใช้ จึงชอบถามบ่อยครั้งยามสนทนากับเพื่อนฝูงว่า เมื่อดูสิ่งโน้นสิ่งนี้ ดูภาพ ดูทัศนียภาพ ดูปรากฏการณ์โน้นนี้นานๆดีๆแล้ว มองเห็นไหมว่าอะไรไม่อยู่ อะไรหายไป เห็นไหมว่าไม่เห็นอะไรตรงนั้น