Sale!

หนังสือชุดอ่านนายผี 7 เล่ม 7 ร้อย + 50 บาท

1,590.00 ฿ 750.00 ฿

สินค้าหมดแล้ว

รายละเอียด

สำนักพิมพ์อ่านได้จัดพิมพ์หนังสือในโครงการ “อ่านนายผี” มาจนถึงลำดับที่ 7 แล้ว มีลำดับผลงาน ดังนี้

ศิลปาการแห่งกาพย์กลอน (หนังสือลำดับที่ 1)
เราปักหมุดโครงการอ่านนายผีด้วย ศิลปาการแห่งกาพย์กลอน ที่มีลายมือของผู้เขียนโปรยบนปกเพียงสั้นๆ ว่า “ตื่นแล้ว! ตื่นแล้ว!” เพราะนี่คืองานเขียนของคุณอัศนี พลจันทร ที่มีการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มหนังสือครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2501 และคุณอัศนีเป็นผู้ติดต่อคุณอารีย์ พื้นนาค เจ้าของสำนักพิมพ์อักษรวัฒนา ด้วยตนเอง เพื่อขอให้จัดพิมพ์หนังสือของเขา  คำสำคัญที่ “ศรีอินทรายุธ” ริเริ่มไว้อย่างเช่น “กาพยายุธ” “อหังการแห่งกวี” ปรากฏอย่างโดดเด่นอยู่ในหนังสือว่าด้วยกาพย์กลอนเล่มนี้ ราวกับจะยืนยันว่าคุณอัศนียังคงเชื่อมั่นในการต่อสู้กับเผด็จการด้วยตัวหนังสือ ทั้งๆ ที่ขณะนั้นเขาต้องหลบซ่อนตัวจากการตามล่าเอาชีวิตมาตั้งแต่หลังกรณีกบฎสันติภาพ (10 พ.ย. 2495)

กาพย์กลอนวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการเมืองสยาม เล่ม 1, 2 และ 3 (หนังสือลำดับที่ 2, 3 และ 5)
เป็นงานกลุ่มกาพย์กลอนที่สร้างชื่อให้กับนายผี และตีพิมพ์ใน เอกชน, สยามนิกร, นิกรวันอาทิจ, สยามสมัย, อักษรสาส์น และ ปิยมิตรวันจันทร์ ระหว่าง พ.ศ. 2484-2502 การจัดพิมพ์ได้แยกเป็น 3 เล่ม โดยมีกาพย์กลอน 25 เรื่อง ที่นายผีเขียนไขคำหรือสถานการณ์ประกอบไว้ให้ด้วยตั้งแต่เมื่อเขาเตรียมรวบรวมต้นฉบับเพื่อตีพิมพ์เป็นหนังสือ และต่อมาป้าลม ผู้เป็นภรรยา ได้สานต่อความตั้งใจของเขา โดยค้นคว้าหาข้อมูลและคำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจสถานการณ์แวดล้อมที่นายผีเขียนกาพย์กลอนแต่ละเรื่อง แต่กว่าที่ผลงานเหล่านี้จะรวบรวมพิมพ์ได้ตามความตั้งใจทั้งของนายผีและป้าลม ก็ต้องใช้เวลานานร่วม 60 ปี และคนทั้งสองได้ลาจากโลกนี้ไปเสียแล้ว

เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า… (หนังสือลำดับที่ 4)
นายผีใช้รูปแบบของกาพย์กลอนแต่งเป็นเรื่องเล่าถึงครอบครัวกรรมกรหญิงครอบครัวหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2495 โดยมีเค้ามาจากเรื่องจริงของกรรมกรหญิงชื่อเล็ก แห่งบริษัทอีสต์เอเชียติค นายผีระบุว่า การต่อสู้ของเธอจนท้ายที่สุดต้องสูญเสียมารดาและน้องไป ควรได้รับการคารวะจากผู้ก้าวหน้าทั้งหลาย ในกาพย์กลอนเรื่องนี้ เราจะได้เห็นบทบรรยายฉากความทุกข์ยากของกรรมกรโดยล้อกันกับฉากว่ายน้ำกลางมหาสมุทรของพระสมุทรโฆษใน สมุทรโฆษคำฉันท์ รวมทั้งการนำกลุ่มคำศัพท์ของฝ่ายสังคมนิยมมาใช้คู่ขนานกันไปกับคำศัพท์ในวรรณคดีแนวขนบ ซึ่งอาจมองว่าเป็นการปรับฐานให้แนวคิดของทั้งสองฝ่ายได้อยู่ในระนาบเดียวกันอย่างทัดเทียม ในหนังสือเล่มนี้ ยังมีกาพย์กลอนเรื่อง “ความเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเล่าถึงประวัติครอบครัวและบ้านเกิดที่ราชบุรี รวมพิมพ์อยู่ด้วย นายผีเคยเล่าว่าเขาเขียนงานเรื่องนี้เพื่อให้กำลังใจคุณอุทธรณ์ พลกุล ญาติคนหนึ่งของเขาที่ต้องติดคุกจากกรณีกบฏสันติภาพ

เคล็ดกลอน เคล็ดแห่งอหังการ (หนังสือลำดับที่ 6)
เป็นงานรวมบทความ 2 ชุดที่ตีพิมพ์ใน ปิยมิตรวันจันทร์ ในปี 2502 และ 2504 ตามลำดับ นับเป็นผลงานรุ่นหลังที่สุดก่อนที่นายผีจะเดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์อย่างเต็มตัว เคล็ดกลอนและเคล็ดแห่งอหังการเป็นข้อแนะนำทำนองเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการแต่งกาพย์กลอนและการเขียนเรื่องขนาดสั้น เพื่อกระตุ้นให้นักเขียนรุ่นใหม่ๆ เขียนงานของตนด้วยความมั่นใจ แต่ก็ว่ากันด้วยว่า นี่คืองานที่พัฒนามาจากข้อเขียนสำคัญสองชุดของนายผีในยุค อักษรสาส์น คือ “ข้อไม่น่าศึกษาทางการประพันธ์” และงานแปลเรื่อง “ศิลปและวรรณคดี” ของเหมาเจ๋อตุง

ข้อคิดจากวรรณคดี (หนังสือลำดับที่ 7) เคยตีพิมพ์อยู่ใน อักษรสาส์น ในช่วงปี 2492-2493 ถือเป็นบทความวิจารณ์วรรณคดีในแนวมาร์กซิสม์ยุคแรกๆ ของไทย โดยอินทรายุธเขียนชำแหละวรรณคดีแบบฉบับอย่างลิลิตพระลอ, รามเกียรติ์ และขุนช้างขุนแผน จนเป็นที่ฮือฮาในยุคสมัยของเขา แต่ที่น่าแปลกก็คือ ทรรศนะการวิจารณ์วรรณคดีในแบบที่เคยเรียกกันว่า “ก้าวหน้า” เมื่อกว่าหกสิบปีมาแล้วของอินทรายุธ กลับยังเข้ายุคเข้าสมัย (เผด็จการ) กับเราอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนาที่เขาเห็นว่าเป็นความเชื่อและศรัทธาเฉพาะบุคคล รัฐจึงไม่ควรเข้าไปยุ่มย่าม หรือเรื่องบทบาทของผู้หญิง นายผียกกรณีของศกุนตลาให้เห็นว่า ต้นฉบับแรกเริ่มใน มหาภารตะ นั้น นางศกุนตลาเป็นผู้หญิงที่ทรนงในศักดิ์ศรีของตน แต่ในฉบับที่มีผู้เขียนแต่งเติมใหม่ภายหลังเพื่อเอาใจชนชั้นปกครอง นางศกุนตลากลับเหยาะแหยะและยอมตกเป็นทาสของสามี ส่วนในเรื่องการใช้ภาษา นายผีมีมุมมองแบบนักภาษาศาสตร์สมัยใหม่ ว่าขึ้นอยู่กับผู้ใช้ภาษา คือคนส่วนใหญ่ ฉะนั้นภาษาของไพร่สามัญชน (แม้แต่คำหยาบทั้งหลาย) จึงสำคัญเพราะเป็นภาษาที่ใช้กันแพร่หลายทั่วไป

ทั้งหมดข้างต้นคือข้อมูลย่นย่อเกี่ยวกับหนังสือในโครงการอ่านนายผีที่สำนักพิมพ์อ่านจัดพิมพ์ออกมาแล้ว ขณะนี้เรากำลังรวบรวมและเตรียมต้นฉบับนิทานการเมืองและเรื่องสั้นซึ่งมีอยู่ราว 40 เรื่อง (ยังจำ “กุลิศ อินทุศักดิ์”, “อินทรายุธ” และ “หง เกลียวกาม” ได้ไหมคะ) หลังจากนั้นก็จะเป็นบทความวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการเมืองที่มีอีกจำนวนไม่น้อย (หลายคนคงนึกถึงนามปากกา “สายฟ้า”) อีกทั้งยังมีบทความในรูปจดหมายที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร สายธาร และข้อเขียนสัพเพเหระเรื่องการบ้านการเรือนที่เขาใช้นามปากกา “อำแดงกล่อม” ใน ปิยมิตรวันจันทร์ รวมถึงงานแปลยุคแรกๆ อย่าง ภควัทคีตา และเรื่อง จิตรา ด้วย

การจัดชุดหนังสือโครงการอ่านนายผี 7 เล่ม 7 ร้อย บวกค่าส่ง 50 บาทครั้งนี้ก็เพื่อระดมเงินสำหรับต่อโครงการออกไป

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “หนังสือชุดอ่านนายผี 7 เล่ม 7 ร้อย + 50 บาท”

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *