อ่าน: เพื่อการอ่าน

ชุด คำฝากจากป่าเขา

350 ฿ 250 ฿

รายละเอียด

ประกอบด้วย

1. โต้ลัทธิแก้ไทย วิจารณ์แห่งวิจารณ์ เป็นงานเขียนของอัศนี พลจันทร ในนามปากกา “อุทิศ ประสานสภา” ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2518 ในชื่อสำนักพิมพ์ประกายไฟไหม้ลามทุ่ง สำนักพิมพ์อ่านนำมาจัดพิมพ์เป็นลำดับที่ 16 ในโครงการอ่านนายผีโดยยึดฉบับพิมพ์ครั้งแรกนี้เป็นต้นร่าง

2. กาพย์กลอนเหมาเจ๋อตุง เป็นงานแปลของอัศนี พลจันทรในนามปากกา ประไพ วิเศษธานี สำนักพิมพ์อ่านนำมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือในลำดับที่ 17 ของโครงการอ่านนายผีโดยใช้ฉบับพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2518 ของผู้จัดพิมพ์ในนาม “ทัพหน้าราม” เป็นต้นร่าง ตามที่คุณวิมล พลจันทร คู่ชีวิตของคุณอัศนี ได้ริเริ่มชำระต้นฉบับไว้บางส่วน

ในบันทึกของคุณวิมล พลจันทร ซึ่งเป็นเอกสารพิมพ์ดีดและลายมือ และเป็นร่างที่ยังไม่สมบูรณ์ที่สำนักพิมพ์อ่านได้รับมอบจากทายาทนั้น มีข้อความที่พาดพิงถึงงานทั้งสองชิ้นนี้ ว่าเป็นงานที่อัศนี พลจันทร เขียนขึ้นในเขตป่าเขา คือ “น่านเหนือ” เนื่องจาก “ก่อนเกิด 6 ตุลาคม คุณอัศนีได้เสนอฝ่ายนำให้มีข้อชี้นำ ‘แนวทาง’ หากฝ่ายนำไม่คิดอะไรทำอย่างไร” คุณอัศนีซึ่งเป็นผู้นำหน่วยงานโฆษณาในขณะนั้นจึงลงมือทำสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบที่จะทำได้ด้วยตนเองไปก่อนด้วยการเขียนงานชิ้นนี้และ “ฝากสหายผู้ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และสู่ที่ราบเป็นผู้นำมาเผยแพร่”

ต้นฉบับหนังสือ โต้ลัทธิแก้ไทย หรือ โต้ลัทธิแก้ไทย วิจารณ์แห่งวิจารณ์ ถูกส่งลงมาเพื่อตอบโต้คัดง้างกระแสการฉวยโอกาสยกแนวทาง 14 ตุลาไปในทิศทางคุณที่อัศนีเห็นว่าจะลดทอนการต่อสู้ และตีพิมพ์ในนามปากกา อุทิศ ประสานสภา ซึ่งคุณอัศนีไม่เคยใช้มาก่อน และปรากฏในงานชิ้นนี้เพียงครั้งเดียว ส่วน กาพย์กลอนเหมาเจ๋อตุง นั้น คุณอัศนีเลือกที่จะใช้นามว่า ประไพ วิเศษธานี อย่างไรก็ดี ต้นฉบับ กาพย์กลอนเหมาเจ๋อตุง แม้จะถูกส่งลงมาในเหตุวาระอันเกี่ยวเนื่องกับกรณี 14 ตุลาเหมือนกัน แต่มิใช่เพื่อคัดง้างฟาดฟันหรือเตือนภัยเช่นเดียวกันกับ โต้ลัทธิแก้ไทย หากเพื่อปลุกเร้ากำลังใจในสถานการณ์ที่คุณอัศนีเห็นว่าฝ่ายประชาชนกำลังรุดหน้า และควรจะรุดหน้าไปอย่างประสานกันระหว่างฝ่ายที่ต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ กับฝ่ายที่เคลื่อนไหวอยู่ในเมือง ดังที่เขาระบุไว้ในจดหมายถึงเพื่อนซึ่งแนบมากับต้นฉบับนี้ว่า

อนึ่งโสด, เหตุการณ์ในประเทศเราระยะนี้, โดยฉะเพาะหลังกรณี 14 ตุลาคมมา, กำลังกลายเป็นอย่างที่ว่า ‘เมฆน้ำเกรี้ยวกราดม้วนสี่สมุทร, อึกทึกฟ้าลมทังทวีปห้า.’ กระแสร์การต่อสู้ของกรรมกรชาวนา – นักเรียนนักศึกษาปัญญาชน ตลอดจนประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยทั้งหลายในเงื้อมอำนาจปกครองปฏิกิริยากำลัง ‘เกรี้ยวกราดม้วนสี่สมุทร,’ และกระแสร์การต่อสู้ด้วยอาวุธของประชาชนนอกเงื้อมอำนาจนั้นก็กำลัง ‘อึกทึกฟ้าลมทังทวีปห้า’ อยู่แล้ว . การประสานเข้าด้วยกันของกระแสร์ใหญ่ทั้งสองนี้กำลัง ‘จักล้างสัตว์ร้ายสุดสิ้นหมด’ และกำลังสำแดง ‘สรรพศักดิ์ค้ำค้าค้าขาดอรี ’ อยู่แล้วเช่นกัน. สถานการณ์กำลังคลี่คลายขยายตัวไปอย่างใหญ่โตและรวดเร็ว, สมดั่งคำพยากรณ์อันยิ่งใหญ่เมื่อ 127 ปีก่อนโน้นที่ว่า ‘ชนชั้นปกครองจงตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าการปฏิวัติ’ นี้นั้นเถิด

อย่างไรก็ดี ในที่สุดชนชั้นปกครองที่ “ตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าการปฏิวัติ” ก็ตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการสังหารหมู่ 6 ตุลาในอีกสามปีต่อมา