อ่าน: เพื่อการอ่าน

อ่านออนไลน์

ข้อเขียนล่าสุด – New Posts

คำตัดสิน “เขียนใหม่นายผี” – การปฏิวัติที่ห่าม 2019 edition

การให้เผยแพร่ข้อเขียนทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวดในรายการนี้เป็นกรณีพิเศษ เป็นการร่วมเฉลิมฉลองการปฏิวัติ 24 มิถุนา 2475 โดยถือว่าทุกชิ้นเป็นหนึ่งเสียงสะท้อนของราษฎรที่ควรค่าแก่การรับฟังทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนที่สุก ห่าม ดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือไม่เพียงใด อีกทั้งเพื่อยืนยันฐานะตำแหน่งแห่งที่ของการปฏิวัติ 24 มิถุนา ที่ลำพังก่อนหน้านี้ก็ถูกผลักไสไปจากประวัติศาสตร์ชาติตลอดมา แต่ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตรอบใหม่ของการพยายามลบล้างให้สูญหาย และเพื่อตอกย้ำว่า คำถามต่อการปฏิวัติ รัฐประหาร จำนวนนับครั้งไม่ถ้วนที่ผ่านมาในสังคมไทย และที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้อย่างยิ่งนี้ เป็นคำถามที่ราษฎรควรถาม และไม่ควรปล่อยผ่านอีกต่อไป

บทความ เรื่อง “การปฏิวัติครั้งสุดท้าย”

ในปัจจุบันที่ไม่มีใครอยากจะจับปืนสู้ หรือใช้กำลังเพื่อตัดสินอนาคตของตัวเอง ทั้งยังไม่มีใครอยากเอาชีวิตไปทิ้งให้กับอะไรที่ไม่รู้ว่าผลจะเป็นเช่นไร หน่ออ่อนเหล่านั้นเลยต้องเลือกที่จะไปแฝงตัวในโลกออนไลน์แทน การปฏิวัติครั้งสุดท้ายในโลกจริงจึงช่างอยู่ไกลเสียเหลือเกิน แต่การปฏิวัติบนโลกออนไลน์ดูจะใกล้แค่เอื้อม อย่างไรก็ตามการสุกของการปฏิวัติ 2475 นี้เอง คือสิ่งที่บอกว่าการปฏิวัตินั้นไม่ได้นิ่งอย่างที่เข้าใจ เพราะแม้แต่การปฏิวัติที่เคยห่ามก็เป็นการปฏิวัติที่สุกได้ เช่นกันการปฏิวัติที่สุกก็อาจจะเป็นการปฏิวัติที่ห่ามได้ในอนาคต

นิทานการเมือง เรื่อง ” ‘การปฏิวัติที่สุกงอม’ ระลอกนั้น”

เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ถ้าการปฏิวัติที่ห่ามหมายถึงการปฏิวัติที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และการปฏิวัติแบบนั้นย่อมไม่มีวันสำเร็จ เช่นนั้นแล้ว การปฏิวัติในสองครั้งหลังสุด เมื่อเดือนกันยายน 2549 และเดือนพฤษภาคม 2557 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนหนึ่งก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติที่สุกงอมได้ เพราะประชาชนต่างออกมาร่วมเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลนายทุนปีศาจกันอย่างอุ่นหนาฝา “คลั่ง”

Ambrose Bierce Would Probably Die Here | มนุษย์ล่องหน คนอันตรธาน ในจักรวาลของแอมโบรส เบียซ

What really happened to those people? Why them? Am I also going to suddenly cease to exist? / เกิดอะไรขึ้นกันแน่กับคนเหล่านั้น? ทำไมต้องเป็นพวกเขา? แล้วกูจะหายวับตามไปอีกคนไหม?

คำตัดสิน “เขียนใหม่นายผี” – วิจารณ์ “อีศานล่ม” และ “โอ้…อีศาน”

ในการพิจารณาให้รางวัลในครั้งนี้ แม้คณะกรรมการจะยืนยันว่าความถูกต้องแม่นยำในการเข้าใจตัวบทที่วิจารณ์นั้นเป็นฐานของงานวิจารณ์ แต่ความถูกต้องแม่นยำดังกล่าวก็มิใช่ประเด็นชี้ขาดการตัดสินแต่ถ่ายเดียว เพราะเราเห็นว่าความสมเหตุสมผล ความหนักแน่น ความแจ่มชัด และความสดใหม่ของข้อเสนอที่ปรากฏในบทวิจารณ์ที่ผ่านการพิจารณาทั้ง 3 เรื่องนี้ มีน้ำหนักเพียงพอและอยู่ในระดับที่ชวนให้ครุ่นคิดและร่วมถกเถียงด้วยได้อย่างน่าชื่นชม

“ອີສານ” ໃນຖານະສັດຕູແລະຜູ້ຄ້ຳຊູສະຫຍາມ : ການຕໍ່ສູ້ຂອງທ້ອງຖິ່ນທີ່ພົວພັນກັບພູມິທັດຢູ່ບົດກະວີ “ໂອ້…ອີສານ” ແລະ “ອີສານຫຼົ້ມ”

“ແສນລ້ານນີ້ມືລາວ          ອັນຫ້າວຫານບໍ່ຫັນເຫ
ຊູໄວ້ບໍ່ໄດ້ເຊ            ສະຫຍາມລັດຈຶ່ງເຮືອງຮອງ”
ການກ່າວອ້າງຂ້າງເທິງນັບວ່າເປັນການສ້າງຕັ້ງກອບທັດສະນະໃໝ່ຂອງຄວາມເປັນ “ລັດອີສານ” ໝາຍເຖີງ ການສ້າງໃຫ້ຖານະຂອງຂົງເຂດອີສານມີອຳນາຈເໜືອກວ່າລັດຖະບານກາງ. ອ້າງອີງໄດ້ຈາກຕົວບົດທີ່ໄດ້ກ່າວໄປແລ້ວ ແລະຍັງອ້າງອີງໄດ້ຈາກຊື່ຂອງຊຸດອີສານໂດຍສະເພາະຄຳວ່າ “ອີສານ” ໃນທີ່ນີ້ໃຊ້ອັກສອນ ศ ເປັນພະຍັນຊະນະຕົ້ນ ຍ້ອນວ່າເມື່ອຊອກຫາຄວາມໝາຍດ້ວຍວິທີການທາງນິຣຸດຕິສາດຊິພົບວ່າການໃຊ້ ศ ໃນຄຳດັ່ງກ່າວນັ້ນຖືເປັນຄຳພາສາສັງສະກິດ ໝາຍເຖິງ ຊື່ພະສິວະ ເທບປະຈຳທິດຕາເວັນອອກສຽງເໜືອ. ຄັນຊັ້ນ, ການທີ່ທ່ານອັດສະນີເລືອກໃຊ້ຊື່ໃນລັກສະນະນີ້ຄົງຊິຕ້ອງການສະແດງໃຫ້ເຫັນເຖິງຄວາມເປັນໃຫຍ່ດ້ວຍຄວາມເຊື່ອທາງສາສະໜາ.

เมื่อนายผีเขียนอีสานผ่านผัสสะ ในบทกวี “โอ้…อีศาน” และ “อีศานล่ม”

หากบทกวีนี้เป็นวรรณกรรมที่มุ่งให้ชาวอีสานลุกขึ้นมาต่อสู้กับความยากลำบาก สามารถตีความได้ว่า นายผีสถาปนาตนเป็นเสมือนวีรบุรุษทางความคิดของชาวอีสานในการปลุกให้ชาวอีสานตื่นจากการวางเฉยต่อความยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ผู้วิจารณ์ได้ตระหนักว่า แม้นายผีจะเน้นภาพด้านลบของสภาพแวดล้อมของแผ่นดินอีสานและชี้ให้เห็นความตรอมตรมของชาวอีสานเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อมองอีกมุมแล้ว ผู้วิจารณ์ได้เห็นแง่มุมที่งดงามของชาวอีสานที่ถูกซ่อนอยู่ในบทกวีอย่างน่าสนใจ

ตั้งแต่อีสานล่มจนถึงทางออกของอีสาน : อ่านบทกวี “อีศาน” ของนายผี

การที่นายผีบรรยายสภาพพื้นที่อีสานที่มุ่งนำเสนอภาพความแห้งแล้ง ไม่น่าอยู่ ในแง่หนึ่งอาจตอบคำถามต่อประเด็นทางภูมิประเทศ แต่ในอีกแง่นายผีต้องการสร้างภาพเชิงลบเพื่อที่จะนำไปสู่การพูดถึงผู้กระทำต่ออีสาน อีสานไม่ได้ร้อนเพราะลมแล้ง แต่ร้อนเพราะคนอื่นมาทำให้ร้อน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทน สยามรัฐ และเขา ทั้งหมดเป็นบุคคลภายนอก พวกเขาไม่ใช่คนอีสาน แต่มากดขี่ข่มเหง ดูถูกดูแคลนคนภูมิภาคนี้