นิทานเรื่อง ระเบิดขนนก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานเท่ากับชั่วโมงหนึ่งในความกระวนกระวายละมั้ง ใช่ เท่ากับความกระวนกระวายใจของใครสักคนหนึ่ง

ขนนกบางเบาที่ถูกสลัดออกจากนกสักตัวเริ่มระลึกได้ว่ามันเองก็มีชีวิตเป็นของตนเช่นกัน เพียงแต่มันบินไปด้วยแรงกระพือปีกอย่างนกไม่ได้เท่านั้น มันทำได้เพียงแค่ปล่อยให้แรงลมพยุงมันลอยท่องไปตามที่ต่างๆ ทั้งที่มันไม่ได้ปรารถนา และการไร้ซึ่งความปรารถนาใดๆนั้นเป็นพรที่มันได้รับจากการถูกสร้างเมื่อครั้งกระโน้น นอกจากการไร้ซึ่งความปรารถนาใดแล้ว มันยังให้พรแห่งความปรารถนาแก่ผู้ใดก็ตามที่มันเลือกได้หนึ่งครั้งก่อนที่ช่วงชีวิตของมันจะดับไป ไม่ลอยขึ้นไปบนฟ้าอีกไม่ว่าลมจะแรงแค่ไหนก็ตาม ก็นั่นล่ะ พรน่ะมักจะมาพร้อมกับเงื่อนไขและภารกิจเสมอนั่นล่ะ

แต่กับเจ้าขนนกเส้นหนึ่งนั้นมันโชคดีกว่าขนนกอีกหลายๆเส้น เพราะมันดันถูกผลัดออกในใจกลางเมืองที่ลมแรงพอที่จะยกตัวเด็กน้อยให้บินอย่างนกได้ง่ายดาย

ลมแรงอาจจะไม่ได้พัดให้ไปได้ไกลกว่า แต่มันแรงกว่าแน่ๆ แม้ว่าจะไม่มีใครลอยขึ้นตามแรงลมจริงๆก็เถอะ

เจ้าขนนกถูกลมแรงพัดไปมาในเมืองใหญ่ บางครั้งมันตกไปตามสวนน้ำพุ บนหลังคาบ้าน ชายหาด ยอดหลังคาโบสถ์ แถมบางทีก็พันอยู่ในซี่ล้อจักรยาน หลายครั้งมันต้องหยุดพักยาวอยู่ที่ใดที่หนึ่งกว่าจะมีลมใหม่พัดมันไปอีกทาง แต่ถ้าลมไหนไม่ถูกชะตากับมัน เขาก็ไม่ได้รับมันไปด้วยหรอก ลมน่ะไม่ได้ว่านอนสอนง่ายอย่างในเพลง แถมยังห้ามปรามไม่ได้เสียด้วย ครั้งหนึ่งมันเอ้อระเหยอยู่ข้างลำธารในชนบทจนเสียงน้ำไหลกลายเป็นเสียงคุ้นเคยกว่าเสียงใด มันไม่เคยมีความปรารถนาใดนอกจากทำภารกิจให้เสร็จสิ้นแล้วจบชีวิตลง ขนนกบางเส้นนั้นไร้ความปรารถนาจนเพียงแต่รอให้พรแก่ใครก็ได้ที่ผ่านไปมาแล้วก็วางวายไปง่ายดายดังเช่นที่ควรจะเป็น สายธารนี้ทำให้มันไม่รู้สึกรีบร้อนทำสิ่งใดแม้จะยังไม่เข้าใจความปรารถนาที่มันไม่มีเลยก็ตาม

สายลมบางเบาพัดเข้ามาชักชวนขนนกออกเดินทางอีกครั้ง นั่นแน่ สายลมไม่ได้เอื้อนเอ่ยไปเรื่อยหรอกนะ ลมนั้นเลือกได้และมักจะเป็นผู้เลือกเสมอ แล้วเมื่อเลือกเชิญชวนเจ้าขนนกสีขาวแกมเทาแสนธรรมดาเส้นนี้ให้ลอยล่องไปแล้ว มันก็เลือกที่จะปล่อยขนนกลงที่ยอดหลังคาโบสถ์แหลมแปลกประหลาดกลางเมือง ใช่ เมืองนี้มีโบสถ์แปลกประหลาดมากมายที่คุณคิดไม่ถึง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้ว่าโบสถ์ไหนหรอกเพราะเรื่องที่จะเล่าเกิดขึ้นหลังจากที่ลมโชยเบาอีกสายอุ้มขนนกลอยลงมาจากยอดหลังคาโบสถ์แหลมเปี๊ยบอย่างเชื่องช้าราวภาพสโลว์โมชั่นในมิวสิควิดีโอ ขัดกับเสียง ถึบ ถึบ ที่เกิดจากการกระทืบเท้าของชายคนหนึ่งจนเกิดจังหวะชวนขยับร่างกายตามไป ขนนกเส้นบางพลิ้วตกลงกลางผู้คนมากมายที่มันแปลกใจทั้งกับจังหวะ และสายตาของพวกเขา

แต่ไม่ใช่มันหรอกที่ผู้คนจ้องมอง ทว่าเป็นชายผู้ให้จังหวะนั้นต่างหาก ขนนกรับรู้ได้ด้วยวิญญาณไม่ใช่อวัยวะดังเช่นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปลักษณ์และฟังก์ชั่นของตนเอง มันจึงสัมผัสได้ถึงความตื่นตะลึงของผู้คนต่อจังหวะก้าวขาและการขยับเคลื่อนอย่างพลิ้วไหวแต่แข็งแรงไม่ต่างจากลมที่เคลื่อนไหวอยู่ในเมืองนี้ เราไม่มีทางรู้ได้ว่าเมืองทำให้ลมแข็งแรงหรือลมทำให้เมืองเคลื่อนไหว แต่มันจะสอดคล้องกันไปเช่นนี้

แต่แล้วลมนั้นก็เกิดเปลี่ยนใจอยากพัดมันออกไปด้วยแรงมหาศาล ผมของผู้คนรอบๆถูกพัดไม่เป็นทรง ใบไม้ปลิวว่อน แต่เจ้าขนนกไม่ยอม มันแข็งขืนฝืนตัวจากแรงลมจนในที่สุดมันก็ชนะได้ ลมไม่ได้พยายามมากมายที่จะยื้อมัน เพราะลมเป็นลมที่มักจะหลงลืมและเสียใจในภายหลังอยู่เสมอ

เสียงรัวเท้าสุดท้ายจบลง พร้อมกับเสียงปรบมือ เสียงผิวปากที่สวนขึ้นมา หลายคนเดินเข้ามาหย่อนเศษเงินใส่หมวกใบเก่าของชายเจ้าของร่างผอมบางนั้น ใช่ เขาอยู่ได้ด้วยเงินเล็กน้อยนั่น เสียงของเขาก้องกังวานกลางลานใต้ต้นไม้ เขาบอกเล่าและพูดคุยกับผู้ชม “ฉันจะเดินไม่ได้ในวันหนึ่ง แต่วันนี้ฉันยังเต้นได้ โรคร้ายกำลังพรากเอาการเคลื่อนไหวของฉันไป แต่ฉันหวังว่าโชว์นี้จะทำให้ทุกคนประทับใจ” เสียงปรบมือดังกึกก้องลานกว้างอีกครั้ง เจ้าขนนกพบคนที่มันจะให้พรแล้ว และการอยากให้พรนั้นไม่ใช่ความปรารถนา แต่เป็นหน้าที่

ความตายอย่างภาษามนุษย์นั้นสมควรแล้วเมื่อเราจบหน้าที่ ชีวิตและจิตวิญญานของขนนกไม่มีความปรารถนาอื่นใดนอกจากมอบพรแห่งความปรารถนาสุดท้ายแก่ใครสักคน มันกำลังจะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ สายลมทั้งเมืองรับรู้การตัดสินใจนั้นเพราะความเชื่อมโยงถึงกันโดยพระผู้สร้าง ขนนกไม่ต้องร้องขอสิ่งใดเพราะสายลมจะมอบทุกอย่างที่มันควรได้ให้แก่มันเอง ลมหนึ่งพามันไปยังตรอกเก่าคร่ำเต็มไปด้วยกลิ่นอับในเขตเมืองที่นักท่องเที่ยวมักจะละเลยไป ข้างหน้าต่างชั้นสองของตึกคับแคบ ในห้องที่แคบกว่าตึกเล็กๆนั่น มันอยู่ที่หน้าต่าง รอฟังและเข้าใจความปรารถนาของชายที่มันเลือก

ชายผอมบางนอนหลับลงได้ยาก เขานับเงินที่วางลงบนโต๊ะตัวเก่าในห้องนั่งเล่นแล้วถอนหายใจ มันเป็นเงินที่ได้จากการเต้นวันละห้ารอบกลางลานกว้างหรือบนถนน และมันไม่เพียงพอต่อการรักษาโรคที่เขาเป็นแน่ๆ แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานพระเจ้าก็ไม่เคยหยุดทดสอบมนุษย์ด้วยโรคภัยไข้เจ็บ แม้ที่นี่จะไม่ใช่ดินแดนทะเลทรายและพวกเขาไม่ต้องเผชิญโรคเรื้อนน่ารังเกียจ แต่กล้ามเนื้อของเขากำลังค่อยๆหยุดทำงานในขณะที่ชีวิตต้องดิ้นรนอยู่ในเมืองใหญ่รายล้อมไปด้วยผู้คนที่มาหาความสำราญแต่ไร้ซึ่งความอาทรใดๆแก่ความเจ็บป่วย สวัสดิการรัฐมีแค่พอให้ได้ประทังชีวิต และเขาจะต้องกลายเป็นผักในร่างมนุษย์สักวันหนึ่ง ความรู้สึกหดหู่ของเขาส่งต่อถึงทุกสิ่งรอบข้าง เจ้าขนนกฟังแจกันที่ไร้ดอกไม้มาเนิ่นนานพร่ำบ่นถึงความหดหู่ที่เกิดขึ้น

“มันไม่ใช่ขนาดนั้นหรอก” เสียงกระซิบจากฟองน้ำล้างจานแผ่วเบาในยามค่ำ “หัวใจเขากำลังต่อสู้กับร่างกายตัวเองอย่างหนัก เขามีความรัก เขาจึงต่อสู้” ฟองน้ำเริ่มเรื่องได้ดี เพราะชายนั้นยังคงลุกขึ้นเต้นในทุกเช้า เหยียดยืดร่างกายที่ผ่ายผอมลงทุกวัน พยุงตัวเองลุกขึ้นยามล้มลงด้วยความยากลำบากเพราะกล้ามเนื้อที่กำลังค่อยๆฝ่อลงไป เสียงร้องโอดโอยยามค่ำคืนส่อถึงความทรมานแต่มันกลับแห้งหายไปราวไม่เคยเกิดขึ้นเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงเล็กๆลอดหน้าต่างบานน้อยลงมา

วันหนึ่งชายร่างผอมเกร็งคนนั้นหอบลังไม้ที่เขาใช้ต่างเวทีในโลกกว้างกลับเข้าสู่ห้องแคบ เจ้าขนนกยังคงอ้อยอิ่งและแข็งขืนต่อคำชักชวนของสายลม มันยังคงอยู่ที่ข้างหน้าต่าง รอคอยฟังเรื่องราวของชายผู้นั้น และนั่นไม่ใช่ความปรารถนาใด แต่มันคือหน้าที่เท่านั้นเอง ไม่ทันที่ชายนั้นจะเปิดประตูจนสุดเพื่อย่างเท้าเข้าสู่ประตูห้อง หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีเอ่ยถามถึงค่าเช่าที่ค้างไว้ด้วยสีหน้าเปี่ยมเมตตาแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงร่างหดหู่ของชายผู้หดหู่ ความปรานีบางทีก็ร้ายกาจกว่าสิ่งใด

ทันทีที่ประตูปิด ชายผ่ายผอมทรุดตัวลง ปล่อยให้บานประตูและพื้นห้องเป็นที่รองรับน้ำหนักเบาหวิวของตัวเขา เสียงสะอื้นลึกลงไปในลำคอ นึกถึงคำพูดที่หมอประจำตัวบอกว่าเขาจะไม่มีทางหายจากโรคนี้ ทำได้แค่พยุงให้อาการไม่แย่ลงเท่านั้น แต่วันหนึ่งเขาจะเต้นไม่ได้ จะเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ แม้แต่จะกลืนอาหารด้วยตัวเองก็ยังไม่ได้ ราคาของความตายอย่างสงบและเป็นไปตามกฎหมายนั้นแพงเกินกว่าจะแตะถึง

เขาสูดหายใจเข้าจมูกเฮือกใหญ่ กลั้นน้ำมูกที่กำลังไหลออกมากลับเข้าไปในโพรงจมูก แล้วค่อยๆพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นด้วยแขนทั้งสองข้าง แม้ว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดจะเหือดหายไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลมาก่อนหน้า เขายืนขึ้นอีกครั้ง เชิดหน้า ตั้งท่าเตรียมเต้น แขนเรียวเล็กที่เคยเป็นกล้ามเนื้องดงามชูสูงอย่างสั่นเทา ถึบ ถึบ ถึบ ถึบถึบถึบ ทึบ ทึบ ทึบ ถึบ ทึบ ถึบ ถึบ ทึบ ทึบทึบ ถึบ เขาค่อยๆขยับ ขยับ ขยับ แล้วเริ่มเต้นไปในห้องแคบนั้นราวกับมันเป็นเวทีสุดท้ายของชีวิต ไร้ผู้ชม ไร้เสียงปรบมือ ไร้แสงไฟ ไร้เสียงดนตรี ไร้เพื่อนร่วมวง ไร้ทุกสิ่งที่เคยมียามรุ่งเรือง ความงามของท่าเต้นและจังหวะไม่ได้งามไปกว่าการใช้พลังในทุกกล้ามเนื้อที่มีแม้ว่ามันจะเหลือน้อยเต็มทีจนย่างกรายให้งามราวกับเทวดาเริงระบำได้ พระเจ้าคงดีใจที่มนุษย์ตัวน้อยที่พระองค์สร้างรู้ค่าความเป็นมนุษย์มากเพียงนี้ แต่พระองค์ไม่ได้ชื่นชมมันหรอก เพราะร่างเพรียวพลิ้วไหวไปสุดพลังจนเจ้าของร่างฟุบลงไปเสียก่อนที่พระองค์จะหันมาเห็น เสียงลมหายใจหอบถี่ ร่างผอมนั่นนอนอยู่บนพื้นห้องขณะนิ้วชี้ข้างขวายังคงเคาะจังหวะกระทืบเท้า

ขนนกไม่รอช้า และสายลมเอื่อยย่อมรู้ดี จึงพามันเข้ามาในห้อง ลอดผ่านช่องหน้าต่างด้วยความเร็วแรงจนผ้าม่านกระพือหลายตลบ ลมวนอยู่ในห้องนั้นเนิ่นนาน ขนนกตกลงตรงหน้าชายเจ้าของร่างยับราวกับผ้าขี้ริ้ว แล้วเริ่มถาม

“เราจะให้พรแห่งความปรารถนาสุดท้ายแก่ท่าน ท่านปรารถนาสิ่งใด”

“เป็นเช่นขนนกไง ไร้ความปรารถนา”

“เป็นเช่นนั้นไม่ได้เพราะนั่นเท่ากับความไม่ปรารถนา”

“อย่างนั้นจะเป็นขนนกที่ระเบิดออกไปได้”

“อย่างนั้นเรียกความปรารถนา”

“ฉันจะเต้นรำดุจขนนกและระเบิดออกไปในที่ใดก็ได้ที่ขนของฉันตกลงไป ขนทุกเส้นของฉันจะเป็นขนนก ร่างกายทุกส่วนจะเป็นเช่นขนนก หัวใจฉัน ความคิดฉัน เสียงของฉัน พลังของฉันจะเป็นเช่นนั้น ลมจะพัดพามันไป เพื่อระเบิดในที่ใดก็ตามที่มันตกลงไป”

เขาละทิ้งลมหายใจสุดท้ายพร้อมความปรารถนานั้น ความจริงไม่ใช่ทุกคนที่ปรารถนาแล้วจะต้องตายจากไป แม้เพียงเขาปรารถนาว่าจะมีชีวิตอยู่ หรือหายจากโรคร้าย เขาย่อมขอจากขนนกได้ แต่เขาขอสิ่งแปลกไป และเจ้าขนนกรับคำนั้น

รูขุมขนของร่างไร้ลมหายใจเริ่มงอกขนนกยาว มากขึ้นทุกชั่ววินาที มากขึ้น มากขึ้นจนล้นเต็มห้อง ทันทีที่ทุกส่วนของร่างกายเขากลายเป็นขนนกแล้ว เจ้าขนนกผู้ให้พรย่อมหมดหน้าที่ จิตวิญญาณและชีวิตของมันดับลงในทันที เป็นเพียงแค่ขนนกอีกเส้นในห้องที่ไม่อาจเคลื่อนไหว ในขณะที่ลมเริ่มทำหน้าที่พัดเอาขนนกทั้งหมดออกจากหน้าต่างในยามแสงอาทิตย์ทิ้งขอบฟ้า เป็นงานหนักของลมที่รู้อยู่ว่าขนนกนั้นเป็นระเบิดชั้นดีที่ไร้ความคิด และลมเองก็เช่นกัน มันไม่มาแบกภาระใดให้ยุ่งยาก มันพัดพาไปเท่าที่มันทำได้ แต่สายลมร้ายย่อมแฝงอยู่ในทุกๆที่ มันแค่โอบอุ้มขนนกแล้วปล่อยระเบิดลงสักที่ที่มันหล่นลงไป ทั้งในที่ที่ไร้ความเป็นธรรม หรือในดินแดนของพระเจ้า ความคับแค้นต่อชะตาชีวิตและความปรารถนาอยากร่ายรำพลิ้วไหวกับจังหวะกระทืบเท้ารวมกันเป็นหนึ่งได้เมื่อได้กลายเป็นสิ่งใดที่บางเบาแต่ระเบิดได้ ระเบิดไปเลย

ระเบิดมาลงที่กรุงเทพฯในเช้าวันหนึ่ง หลายเส้น หลายลูก กู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง มีคนเจ็บบ้าง ไม่มีคนเจ็บบ้าง และแม้ว่าจะมีการจับคนร้ายได้และคนร้ายให้การรับสารภาพแล้วก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่ผู้กระทำผิดตัวจริงหรอก เป็นผลงานของขนนกที่ตกลงมาต่างหาก