นิทานเรื่อง แม่มดแห่งป่าเกาลัดกับบุรุษทั้งสาม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าเกาลัดที่ซ่อนตัวอยู่หลังหุบเขาหนาวเย็นห่างจากเมืองสีแดงไปไกล แต่ก็ไม่ไกลเท่าไรนัก และที่นั่นก็ไม่ได้หนาวมากเท่าไรในฤดูร้อน ป่าเกาลัดที่ต้องปลูกนานกว่าหกสิบปีกว่าจะมีลูกให้กิน ต้นมันก็ต้องใหญ่และมีทรงสวยงามเป็นธรรมดา แต่ทว่าภายในป่าที่มีต้นไม้ให้ผลแสนอร่อยนี้ ยังมีปราสาทขนาดกะทัดรัดที่รายล้อมไปด้วยต้นเกาลัดที่ถูกร่ายมนตร์ไว้ มันเป็นปราสาทของแม่มดที่มียอดแหลมโผล่พ้นต้นเกาลัดออกมาให้ผู้คนในหมู่บ้านถัดไปเห็นแล้วแปลกใจเล่นๆ

นอกจากจะมีเวทมนตร์แล้วแม่มดยังต้องมีอาชีพด้วยนะ อาชีพของแม่มดก็คือ ขายเห็ด แต่มันไม่ใช่เห็ดละโงก เห็ดเข็มทอง เห็ดฟาง หรือเห็ดนางฟ้าหรอกนะ เพราะการเป็นแม่มดน่ะต้องมีอะไรพิเศษกว่าคนปกติอยู่แล้ว เห็ดที่แม่มดขายย่อมไม่ใช่เห็ดธรรมดาแน่ๆ มันคือเห็ดหรรษา

ไอ้เจ้าเห็ดหรรษาเนี่ยมันพูดได้ กลายร่างได้ แถมยังเป็นผู้ช่วยที่ดีได้ด้วยนะ และแน่นอนอีกว่า การจะเพาะเห็ดนี้ไม่ง่ายแน่ๆ แม่มดอาจจะต้องใช้เวลาถึงสามปีในการปลูกเห็ดขึ้นมาสักกอหนึ่ง แล้วก็เอาออกไปขายที่ตลาด และไอ้ความที่ได้มาไม่ง่าย พร้อมด้วยสรรพคุณสูงๆของเห็ดนี่แหละ ที่ทำให้ราคาของมันสูงมากจนแม่มดไม่ต้องทำงานอื่นๆไปอีกสามปี

ทุกๆวันแม่มดจะต้องหมั่นเติมมนตร์วิเศษและร่ายคาถาใส่กองไฟที่เกิดจากการเผาเปลือกของลูกเกาลัดซึ่งจะค่อยๆไหม้จนกลายเป็นขี้เถ้าลงไปในหม้อปรุงน้ำปุ๋ยหมัก แถมยังต้องคอยระวังเจ้าเชื้อเห็ดแสนดื้อที่ชอบไหลหนีออกไปเล่นข้างนอกปราสาทอีกด้วย นอกจากจะต้องเก็บเปลือกเกาลัดเพื่อนำมาปรุงเชื้อเห็ดแล้วแม่มดยังต้องแต่งเพลงกล่อมเจ้าเห็ดที่กำลังโตอยู่ใต้ดินในป่าเกาลัด แถมยังต้องออกไปสังสรรค์กับแม่มดอื่นๆในเมืองเพื่อหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงอีกด้วย ดังนั้นงานของแม่มดก็ไม่ใช่งานง่ายๆแน่นอน ไม่ใช่ว่าเป็นแม่มดแล้วจะเสกอะไรก็ได้หรอกนะ

การปลูกเห็ดมีหลายระยะด้วยกัน ระยะแรกคือ เพาะเชื้อเห็ดในห้องเพาะเชื้อหนึ่งปี ต่อมาก็เอาเชื้อไปหว่านไว้ในป่าเกาลัด รอให้มันขึ้นมาอีกหนึ่งปี และหลังจากนั้นหนึ่งปี ก็เพิ่มพลังงานให้เห็ดที่งอกออกมา จนกว่ามันจะโตพอให้เก็บเกี่ยวได้ เห็ดไหนไม่งอกก็ไม่เป็นไร เพราะเท่าที่งอกมาก็ให้รายได้มหาศาลกับแม่มดแล้ว แต่การจะเพิ่มพลังงานให้แก่เห็ดที่งอกขึ้นมาแล้วนั้นแม่มดจะทำโดยลำพังไม่ได้ เพราะต้องให้พระจันทร์เป็นผู้รดน้ำเท่านั้นเห็ดถึงจะเป็นเห็ดหรรษาโดยสมบูรณ์ ดังนั้นในปีที่สามของการปลูกเห็ด แม่มดจะรอคอยการมาของพระจันทร์ข้างขึ้นในทุกๆเดือนเพื่อบังคับให้พระจันทร์ทำหน้าที่ของตัวเอง สัญญาของแม่มดกับพระจันทร์เป็นเรื่องซับซ้อนที่เราจะไม่พูดถึงกันในที่นี้

เรื่องที่เราจะเล่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้ว เหมือนที่เราเกริ่นไว้ตอนแรกนั่นแหละ ครั้งที่แม่มดยังเป็นแม่มดเช่นที่เป็นแม่มดอย่างทุกวันนี้ มีกองทหารจากดินแดนอีกฟากภูเขาเดินทางมาที่ป่าเกาลัดร่ายมนตร์ เพื่อตามหาปราสาทของแม่มด พวกเขาเดินทางมาตามคำบอกเล่าของแสงจันทร์ผู้ส่องสว่างในคืนเดือนหงาย

แม่มดสังเกตได้ทันทีว่าแสงจันทร์นั้นอ่อนแรงลง แสงของมันไม่อาบลงบนตุ่มเห็ดที่ผุดจากดินมากเท่าที่ควร แต่แสงจันทร์ก็ทำเฉไฉว่าไม่ได้ใช้พลังงานไปกับการนำทางผู้ใด

แต่แม่มดไม่ได้ไว้ใจพระจันทร์เท่ากับตัวเอง ความดีงามของพระจันทร์อาจจะเป็นความโง่เขลาขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ แม่มดกางปีกกว้างคล้ายค้างคาวของตนออกแล้วบินไปร่ายมนตร์ทั่วป่าเกาลัดให้แข็งแรงขึ้นอีกระดับ จะไม่มีใครหาปราสาทของนางเจอ แม้ว่าพวกเขาจะเห็นยอดปราสาทแต่ไกลก็ตาม พวกเขาจะไม่มีวันเจอหรอกจ้ะ

ทางฝั่งของกองทหารมีหัวหน้านำขบวนสามคน ได้แก่ นักบวช แม่ทัพ และศิลปิน มันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจยากว่าทำไมต้องเอาศิลปินไปด้วย เผอิญว่าศิลปินคนนี้เขาดันเป็นเจ้าชายด้วยน่ะ ก็เลยต้องเอาไปด้วย แต่เขาไม่อยากให้เราเรียกเขาว่าเจ้าชายนะ เพราะเขาอยากเป็นศิลปินมากกว่า ส่วนเป้าหมายของการมาครั้งนี้ของพวกเขาคือ เห็ดหรรษาของแม่มดนั่นล่ะ

“แม่มดนั้นเป็นเผ่าพันธุ์นอกรีต แล้วไยสิ่งประเสริฐที่พระเจ้าคัดสรรเช่นเราต้องไปพึ่งพาเผ่าพันธุ์เช่นนั้น” นักบวชหนุ่มโอดครวญบนหลังม้าเพราะภารกิจของเขาคือการที่จะต้องทำให้แม่มดเข้ารีตนับถือพระเจ้าที่มนุษย์รู้จัก

“นางคือพลังเหนือธรรมชาติที่พระเจ้าสร้างมาต่างหาก” ศิลปินผู้เป็นเจ้าชายด้วยตอบอย่างเคลิ้มฝัน ในขณะที่แม่ทัพไม่เอ่ยสิ่งใดเพราะภารกิจกอบกู้เมืองจากไฟไหม้สำคัญกว่าการถกเถียงเรื่องพวกนี้ เขานำทัพมุ่งตรงไปยังปราสาทที่เห็นอยู่ไกลๆ

แต่  ไม่ว่าเข้าใกล้มากแค่ไหนก็เหมือนยิ่งไกลออกไปอยู่ดี หลายต่อหลายวัน หลายต่อหลายคืน จนแสงจันทร์ไม่อาจนำทางได้อีก “เราต้องทำอะไรสักอย่าง ป่านี้มีเวทมนตร์” นักบวชหนุ่มพูดสิ่งที่อยู่ในใจทุกคนออกมาจนได้ ทางที่ดีที่สุดของเขาคือให้ทุกคนอธิษฐานขอการนำทางจากพระเป็นเจ้าที่พวกเขารู้จัก ทหารกว่าห้าสิบนายนั่งคุกเข่ากลางป่าเกาลัด สวดมนตร์อ้อนวอนต่อพระเจ้าถึงสามวันสามคืน แล้วเช้าวันหนึ่งป่าเกาลัดก็คลายมนตร์ ไม่ใช่พระเจ้าหรอกนะที่เปิดทาง แต่เพราะแม่มดกลัวว่าการอยู่กินในป่าเกาลัดของพวกทหารบ้าเหล่านี้จะทำลายกองเห็ดที่เพาะไว้ของตัวเองจนไม่มีอะไรขายต่างหาก

ทันทีที่แม่ทัพเห็นป่าเกาลัดคลายมนตร์เปิดกว้างจนเห็นทางเข้าปราสาทขนาดกะทัดรัดน่ารักแล้ว พวกเขาไม่รอช้ารีบเคลื่อนขบวนตรงไปหน้าประตู
หญิงสาวแรกรุ่นหน้าตาน่ารักยืนอยู่ที่หน้าประตูพร้อมถามไถ่ถึงการมาของขบวนนักรบ

“เรามาขอเห็ดหรรษาจากแม่มด เมืองของเราไฟไหม้ เราจำเป็นต้องซ่อมแซมเมือง” แม่ทัพให้เหตุผลหนักแน่น สารจากแม่ทัพส่งถึงแม่มดทันใด เพราะเห็ดหรรษาในร่างหญิงสาวเชื่อมต่อกับนางได้ หญิงสาวเปิดประตูรับขบวนของเหล่าผู้มาเยือน แต่ทหารทั้งหมดต้องรออยู่ที่หน้าประตู มีเพียงผู้นำทั้งสามเท่านั้นที่จะได้เข้าไปในปราสาท

ทันทีที่ย่างเท้าเปื้อนๆเข้าไปในปราสาท ผู้มาเยือนก็รู้ได้ทันทีว่า พวกเขากำลังจะพบกับความหรรษาอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน แม่มดตัวจ้อยมีอยู่เต็มไปหมดจนพวกเขาไม่รู้ว่าแม่มดตนใดเป็นแม่มดจริงๆกันแน่ หรือตนใดเป็นเหล่าเห็ดหรรษาที่ออกมาล่อลวงให้พวกเขาสับสน แม่มดแต่ละตนปฏิบัติต่อพวกเขาเป็นอย่างดี ต่างรับฟังความต้องการและทุกๆความคิดเห็นของพวกเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ว่า แยกกันฟังนะ ไม่ได้ฟังพร้อมกัน เพราะเมื่อสุราเข้าปากไปแล้ว บุรุษก็กลายร่างเป็นแค่คนเมาที่พร้อมจะพร่ำทุกอย่างที่อยู่เบื้องหลังการกระทำของตนเองทั้งหมด แม้แต่สิ่งน่าอายที่สุดพวกเขาก็ไม่อาจจะเก็บซ่อนเอาไว้ได้ ในกรณีที่สุรามันดีอ่ะนะ

หลังจากฟังความต้องการที่มาจากการตอบคำถามโดยปราศจากเหตุผลงดงามใดๆแล้ว แม่มดตัวจริงก็ปรากฏกายออกมา ด้วยการกางปีกคล้ายค้างคาวของตนออกท่ามกลางผู้มาเยือนและลูกเห็ดทั้งหลาย จนแทบทุกคนสร่างจากอาการเมามาย “ปีศาจ!!!!” นักบวชหนุ่มตะโกนพร้อมยกชูไม้กางเขนในมือออกมาเป็นเกราะกำบัง

“ตาขาวจริงๆ ข้าพเจ้าเอง ผู้ที่พวกท่านดั้นด้นมาหาในราตรีนี้” แม่มดพูดเซ็งๆ ขณะที่แม่ทัพและศิลปินหนุ่มกำลังตั้งสติกับสิ่งที่ได้เห็น ปีกค้างคาวที่มีนั้นไม่ได้ใหญ่โตมากมายนัก แต่ก็แปลกประหลาดในหมู่มนุษย์พอดู

“อ้อ อีกอย่าง ข้าพเจ้าไม่กลัวไม้กางเขน” นางหันไปกล่าวแก่นักบวชอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะตรงกลางวง

“มาเริ่มธุรกิจกันเลย พวกท่านจะให้ราคาเท่าไร เพื่อแลกกับเห็ดที่ดีที่สุดสามต้นของข้า” แม่มดเริ่มเปิดการเจรจา

“พวกเราจะจ่ายให้ท่านเมื่อผลผลิตงอกเงย” แม่ทัพแจ้งความประสงค์แท้จริง เพราะเมืองของเขาถูกไฟเผามอดไหม้ไปเกือบหมดแล้ว พวกเขาแทบไม่มีเงินจะซ่อมแซมเมืองเลย

“และพระเจ้าจะตอบแทนเจ้าในภพหน้า” นักบวชยื่นข้อเสนอน่าสนใจ แต่นางแม่มดไม่เคยสนใจภพหน้าของพระเป็นเจ้า นางอยู่แค่วันนี้ พรุ่งนี้ และเพื่อการขายเห็ดของนางเท่านั้น

“และเมื่อทุกอย่างสร้างเสร็จสิ้น เราจะให้เจ้าเป็นราชินีแห่งเมืองของเรา” เจ้าชายหนุ่มรูปงามที่ตอนนี้เป็นศิลปินอยู่เอ่ยข้อเสนอเย้ายวนกว่า แน่นอนว่าแม่มดไม่ได้หลงรักเจ้าชายมากไปกว่าการรู้ว่าหากนางได้เป็นราชินีแล้ว ธุรกิจขายเห็ดของนางจะขยายออกไปไม่สิ้นสุดและความมั่งคั่งอย่างยาวนานจะไม่มีวันจางหายไป

นางยิ้มรับข้อเสนอทั้งสามแม้ว่าเรื่องภพหน้าจะไม่มีน้ำหนักมากเท่าไรนัก

“ข้อตกลงของข้าพเจ้าและพวกท่านก็คือ ข้าพเจ้าจะมอบเห็ดที่มีค่าสามต้นแก่พวกท่าน แล้วเมื่อพวกท่านฟื้นฟูเมืองจนมั่งคั่งได้แล้ว พวกท่านจะผ่อนจ่ายหนี้พร้อมดอกเบี้ยให้ข้า และทุกศาสนสถานที่อธิษฐานต่อพระเป็นเจ้าจะอธิษฐานให้ข้าในโลกหน้า และเมื่อเจ้าชายได้ขึ้นครองบัลลังก์ ข้าเท่านั้นจะได้เป็นราชินีของพระองค์”

บุรุษที่สร่างเมาแล้วทั้งสามรับข้อตกลงนั้น ด้วยการกรีดเลือดจากฝ่ามือของตนใส่หม้อทองเหลืองเป็นพันธสัญญาให้แม่มดเก็บไว้ แม่มดร่ายมนตร์ทำพิธีขณะที่เห็ดทั้งสามต้นกระโดดลงไปในหม้อก่อนจะปรากฏออกมาใหม่ในร่างของเห็ดธรรมดา

แม่มดยื่นเห็ดสามต้นของนางแก่พวกเขาแล้วปิดประตูปราสาทรอคอยดอกเบี้ยที่นางจะได้รับ

 

บุรุษผู้กล้าทั้งสามนำกองทัพผ่านป่าเกาลัดที่ดูธรรมดาแตกต่างจากตอนขามา พวกเขาเดินทางกลับไปพร้อมกับเห็ดแห่งความน่าสนใจ เห็ดแห่งศรัทธา และเห็ดแห่งเงินตรา

หลังจากพวกเขากลับเข้าไปในเมืองและเริ่มใช้เห็ดที่ได้มาเพื่อซ่อมและสร้างสิ่งต่างๆที่พวกเขาต้องการ เอิ่ม… เรื่องวิธีการใช้เห็ดน่ะ อาจจะต้องว่ากันทีหลัง แต่อย่างที่เคยบอก เห็ดพวกนี้มันทำได้หลายอย่างไม่ใช่แค่แกงอย่างเดียวซะหน่อย

แต่ไม่นานนักพวกเขาก็ซ่อมแซมเมืองสำเร็จ สร้างสรรค์ชิ้นงานและสถาปัตยกรรมมากมายดึงดูดความสนใจจากผู้คน ความศรัทธาล้นหลามหลั่งไหลเข้ามา เพราะนักบวชสรรเสริญพระเป็นเจ้าอยู่ตลอดเวลา และกล่าวเสมอว่าพระองค์ทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จเช่นนี้ เมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัว การค้าและการลงทุนก็ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

จนในที่สุดก็ได้เวลาแต่งตั้งราชา แน่นอนว่าศิลปินดังผู้เป็นเจ้าชายด้วยนั้นจะได้ขึ้นครองราชย์แน่ๆ และแม่ทัพคือผู้ควบคุมการเมืองและการเงินทั้งหมดของเมืองอย่างที่เขาตั้งใจ นักบวชกลายเป็นศูนย์รวมของศรัทธาแห่งผองชน ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่พวกเขาจะต้องส่งดอกเบี้ยคืนให้แก่แม่มด กล่าวสรรเสริญนาง และรับนางมาเป็นราชินี

มันก็อาจจะคล้ายๆกับนิทานหลายๆเรื่อง ที่สุดท้ายบุรุษเหล่านี้ก็ผิดสัญญา และแม่มดก็ย่อมต้องแค้นใจและกลับมาแก้แค้น แต่ แม่มดเรื่องนี้ไม่ได้อ่อนไหวขนาดนั้นหรอกน่า

แท้จริงขณะที่พวกเขาเมา ความต้องการของพวกเขาได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว แม่ทัพไม่ได้ต้องการรักษาเมืองมากไปกว่าต้องการอำนาจเงินทองจากการเก็บส่วยที่ได้จากความรุ่งเรืองของเมือง นักบวชไม่ได้ต่อสู้เพื่อพระเจ้ามากไปกว่าความต้องการให้ผู้คนศรัทธาต่อเขาในนามของพระเจ้า และศิลปินที่เป็นเจ้าชายด้วย ก็ไม่ได้ปรารถนาอะไรมากไปกว่าความสนใจจากผู้คนในฐานะที่ตนเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งยิ่งใหญ่ของโลก

แม่มดรู้ความต้องการของพวกเขาและนางเข้าใจเป็นอย่างดีว่าผู้ที่มาขอเห็ดจากนางนั้นเป็นชายไม่เอาไหนสามคน นางรอจนพระจันทร์ขึ้นอีกครั้ง และนางถามพระจันทร์เช่นทุกครั้งว่า “เหนื่อยหรือไม่กับการเป็นแสงยามกลางคืนให้มนุษย์” และพระจันทร์ก็ตอบไปเสมอว่าไม่เคยเหนื่อยเลย พระจันทร์รู้ดีว่าทั้งสามคนนั้นไม่ทำตามสัญญา และแม่มดก็รู้ดีว่าพระจันทร์นั้นดีงามและอ่อนไหว

นางแม่มดกางปีกค้างคาวออกบินไปยังเมืองอีกฟากภูเขาแล้วร่ายมนตร์ด้วยการกรีดเลือดของตนผสมกับเลือดของบุรุษทั้งสาม สาดออกไปทั่วเมือง ป้ายเมืองทั้งเมืองให้เป็นสีแดงและอยู่ภายใต้คำสาปของนาง เมืองนี้จะมีความสร้างสรรค์ มีศรัทธามากมาย และมีเงินทองไหลมาเทมา แต่ทว่า เมืองนี้จะไม่ใช่ของผู้ครอบครองทั้งสาม

“เพราะพวกเจ้าไม่จ่ายหนี้ใดคืนแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงครอบครองทุกสิ่งที่เป็นของข้าพเจ้า จากเห็ดของข้าพเจ้าดังเช่นที่มันเคยเป็น ข้าพเจ้าประทับตราทุกสิ่งไว้แล้วและตราสีแดงนั่นไม่อาจจะลบเลือนไปจากสิ่งที่เป็นของข้าพเจ้าได้ เมืองนี้เป็นของข้าพเจ้า จนกว่าพวกท่านจะจ่ายหนี้ทั้งหมดแก่ข้าพเจ้า”

หลังจากนั้นเมืองทั้งเมืองก็ถูกป้ายด้วยสีแดง แม่มดบินกลับปราสาทของตนแล้วเย้ยหยันแก่พระจันทร์ผู้ดำรงความดีงาม นางรู้ว่าพระจันทร์นั้นอ่อนไหวและรู้สึกผิดง่าย เมื่อรู้สึกผิด พระจันทร์ย่อมฉายแสงมากกว่าที่เป็นเพื่อชดเชยความผิด เห็ดของนางจะเติบโตไวขึ้น ได้กำไรมากขึ้น และการเป็นเจ้าหนี้ของเมืองนั้นก็ถือเป็นอำนาจที่เหนือกว่าเล็กๆน้อยๆของแม่มด

ส่วนบุรุษทั้งสามและเห็ดหรรษาที่เสียไป ก็ไม่เป็นไร เพราะมนุษย์ตายไวกว่า เห็ดหรรษาก็เอามาทำเชื้อเพาะเห็ดกองต่อไปได้ นางแทบไม่เสียอะไรแถมยังได้กำไรจากแรงงานความรู้สึกผิดของพระจันทร์อีกต่างหาก

และตอนนี้แม่มดก็เริ่มหัดเปิดประมูลขายเห็ดหรรษาออนไลน์เพื่อขยายฐานลูกค้าอยู่ด้วยนะฮะ