อ่าน: เพื่อการอ่าน

โครงการ “เขียนใหม่นายผี”

บทความ เรื่อง ข้าพเจ้าใคร่ถาม

ที่ศาลรัฐธรรมนูญอ้างว่าเพื่อขยายสิทธิให้แก่ประชาชนผ่านการยื่นคำร้องได้โดยตรง แท้แล้วเป็นการขยายสิทธิให้แก่ศาลรัฐธรรมนูญเองเสียมากกว่า ขออภัย ข้าพเจ้าไม่อยากจะพูดเลยว่า เหมือนศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า โยนข้ามหัวอัยการสูงสุดมาได้เลยเดี๋ยวจะจัดให้ — การกระทำเช่นนี้เท่ากับว่าศาลเป็นผู้ “ละเมิดรัฐธรรมนูญ” เสียเองใช่หรือไม่?

บทความ เรื่อง ละเมิดอำนาจศาล หรือ ละเมิดอำนาจใคร

รองเท้าแตะและเท้าอันสกปรกของชาวบ้านเป็นของต่ำที่ชนชั้นสูงไม่ปรารถนาที่จะยุ่งเกี่ยวด้วย (แม้จะยังต้องการให้เขามีความรัก ความศรัทธาในตนเองก็ตาม) และเมื่อเป็นของต่ำแล้ว ก็ไม่ควรเหยียบย่ำเข้าไปในที่สูงอย่างศาล ดังนั้นหากชนชั้นล่างยังคงปรารถนาที่จะเรียกร้องความยุติธรรมจากศาลอยู่ ก็อย่าบังอาจนำของต่ำ ๆ เหล่านี้เข้าไปทำให้เปรอะเปรื้อนในบริเวณศาล มิเช่นนั้นอาจกลายเป็น “การละเมิดอำนาจศาล” ได้

บทความ เรื่อง การละเมิดอำนาจศาล

ข้อเขียนชิ้นนี้มีความพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดำรงอยู่ของกฎหมายว่าด้วยการละเมิดอำนาจศาล และในขณะเดียวกันก็บ่งชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องของการใช้อำนาจของศาลในการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล ทั้งยังเสนอแนวทางในการถ่วงดุลระหว่างการรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของศาลยุติธรรมกับการคุ้มครองสิทธิในการแสดงออกทางความคิดของประชาชน

คำตัดสิน “เขียนใหม่นายผี” – การปฏิวัติที่ห่าม 2019 edition

การให้เผยแพร่ข้อเขียนทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวดในรายการนี้เป็นกรณีพิเศษ เป็นการร่วมเฉลิมฉลองการปฏิวัติ 24 มิถุนา 2475 โดยถือว่าทุกชิ้นเป็นหนึ่งเสียงสะท้อนของราษฎรที่ควรค่าแก่การรับฟังทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนที่สุก ห่าม ดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือไม่เพียงใด อีกทั้งเพื่อยืนยันฐานะตำแหน่งแห่งที่ของการปฏิวัติ 24 มิถุนา ที่ลำพังก่อนหน้านี้ก็ถูกผลักไสไปจากประวัติศาสตร์ชาติตลอดมา แต่ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตรอบใหม่ของการพยายามลบล้างให้สูญหาย และเพื่อตอกย้ำว่า คำถามต่อการปฏิวัติ รัฐประหาร จำนวนนับครั้งไม่ถ้วนที่ผ่านมาในสังคมไทย และที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้อย่างยิ่งนี้ เป็นคำถามที่ราษฎรควรถาม และไม่ควรปล่อยผ่านอีกต่อไป

นิทานการเมือง เรื่อง “พฤษภกาสร”

“เปลี่ยนชื่อก่อนเข้าโรงเรียนและดี เพื่อนจะได้ไม่ล้อ โชคดี อย่าเอาเลยคนแถวบ้าน ชื่อนี้เป็นคอมมิวนิสต์ใหญ่แถวช่องช้างโน่น” / “แล้วจะให้ชื่อไหรละ” แม่เอ่ยถามพ่อขึ้นมา / “พี่ตั้งไว้แล้วห้าชื่อ” / “ดวงจันทร์ อัมรินทร์ พิณพนา เจตศักดิ์ สันติ ถูกโฉลกกับเดือนปีเกิดของมัน” / “เอาชื่อไหรละ” แม่หันมาทางผม / … / หากสังคมเราเลือกสิ่งต่างๆ ได้ง่ายดายเหมือนชื่อของผม ปัญหามากมายคงไม่ก่ายเกิด

นิทานการเมือง เรื่อง “การปฏิวัติแกมดิบ”

ฉันจึงไม่เรียกการปฏิบัติการในคืนนี้ของอีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นการปฏิวัติโดยประชาชน แต่ฉันพอใจเรียกว่าการชุมนุมก่อความไม่สงบในบ้านเมือง หรือจะเรียกว่าการปฏิวัติแกมดิบก็ได้ ตามประสาคนรากหญ้าที่ถ้ามีอะไรขึ้นมาก็เรียกว่าการชุมนุมประท้วง ทั้งนี้เพราะการปฏิวัติเมื่อปี 2475 นั้นเป็นการปฏิวัติที่ไม่สมบูรณ์ คณะราษฎร เพียงแต่รีไรท์ระบบการปกครองไม่มาก หลักความจริงนั้นมีอยู่ว่าการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่ระบอบของประชาชนอย่างแท้จริงนั้น ในการปกครองเศรษฐกิจและสังคม ย่อมจะต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นพลวัต และต้องดำเนินไปเหมือนลูกมะม่วงเมื่อสุกแล้วก็จะหล่นลงจากต้นสู่พื้นดิน เมื่อถึงที่สุดแล้วก็ย่อมนิ่งอยู่กับพื้น และจะไม่เหินลอยขึ้นไปอยู่บนกิ่งมะม่วงอีก

บทความ เรื่อง “การปฏิวัติที่ห่าม ๘๗ ปีที่ล่วงผ่าน”

ประชาชนในวันนี้แตกต่างมากแล้วจากประชาชนในครั้งนั้น เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตยที่คณะราษฎรได้หว่านไว้แม้จะถูกเหยียบย่ำทำลายครั้งแล้วครั้งเล่าแต่มันก็ยังไม่ตายและจะไม่ตาย กงล้อประวัติศาสตร์มนุษยชาติอาจสะดุดล้มลงไปบ้าง อาจถอยหลังไปบ้าง แต่ไม่มีสิ่งใดรั้งให้มันหยุดหรือถอยหลังตลอดไปได้ ไม่มีสิ่งใดรั้งไม่ให้มันเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ประวัติศาสตร์บอกเราไว้เช่นนั้น มันต้องเคลื่อนไปข้างหน้าเสมอ

บทความ เรื่อง “การปฏิวัติที่ห่ามสำหรับฝ่ายก้าวหน้าที่ไม่มีความเจนจัดและไม่มีอำนาจ”

อุปลักษณ์ที่เราคาดไม่ถึงก็คือ หมายเหตุจากบรรณาธิการต้นฉบับ ที่มีการตีพิมพ์สองตอน หากว่าเป็นการเข้าใจผิดก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นการใช้อุปลักษณ์อย่างหนึ่ง ก็ดูน่าฉงนสนเท่ห์ทีเดียว การบันทึกไปได้เพียงครึ่งๆกลางๆ แล้วมีคนเข้าใจผิด นำไปลงตีพิมพ์ ก็จำเป็นที่จะต้องแก้ไขข้อบกพร่องตามมา เช่นเดียวกันกับการปฏิวัติที่ห่าม มักจะต้องให้คนรุ่นหลังๆมาแก้ไขอยู่เสมอ

นิทานการเมือง เรื่อง “การปฏิวัติกับความสยองขวัญสีขาว”

“๕ ปี ภายหลังรัฐประหาร มันไม่ใช่ ๕ ปีภายหลังการปฏิวัติ มันไม่ใช่การปฏิวัติเลย มันเป็นได้เพียงการปฏิวัติที่ห่ามเท่านั้น มันจึงมีแต่ความเปรี้ยว ไม่มีรสหวานปนอยู่เลย” / “จะไม่ใช่การปฏิวัติได้อย่างไรกันละลุง ในเมื่อเขายึดอำนาจของประเทศไปจนหมดสิ้น มีอำนาจที่เรียกว่าอำนาจ ๕๕ ใช้ได้ตามใจชอบ จะออกกฎหมายกดขี่พวกเราเป็นวัวควาย จะบุกมาจับเราเฉย ๆ หรือบางทีอาจตัดสินเรากลางตลาดหาว่าเราเผาตลาดแล้วยิงเราทิ้งตรงนั้นก็ได้ อำนาจที่เขามีมันถึงเพียงนั้น ยังจะไม่ใช่การปฏิวัติอีกหรือ”

บทความ เรื่อง “การปฏิวัติครั้งสุดท้าย”

ในปัจจุบันที่ไม่มีใครอยากจะจับปืนสู้ หรือใช้กำลังเพื่อตัดสินอนาคตของตัวเอง ทั้งยังไม่มีใครอยากเอาชีวิตไปทิ้งให้กับอะไรที่ไม่รู้ว่าผลจะเป็นเช่นไร หน่ออ่อนเหล่านั้นเลยต้องเลือกที่จะไปแฝงตัวในโลกออนไลน์แทน การปฏิวัติครั้งสุดท้ายในโลกจริงจึงช่างอยู่ไกลเสียเหลือเกิน แต่การปฏิวัติบนโลกออนไลน์ดูจะใกล้แค่เอื้อม อย่างไรก็ตามการสุกของการปฏิวัติ 2475 นี้เอง คือสิ่งที่บอกว่าการปฏิวัตินั้นไม่ได้นิ่งอย่างที่เข้าใจ เพราะแม้แต่การปฏิวัติที่เคยห่ามก็เป็นการปฏิวัติที่สุกได้ เช่นกันการปฏิวัติที่สุกก็อาจจะเป็นการปฏิวัติที่ห่ามได้ในอนาคต

1 2 3 4