อ่าน: เพื่อการอ่าน

โครงการ “เขียนใหม่นายผี”

คำตัดสิน “เขียนใหม่นายผี” – จดหมายจากเบอร์ลิน ปี 2019

ในบรรดาผลงานที่ผ่านการคัดเลือก ผู้อ่านสามารถสัมผัสได้ถึงการหยิบจับแง่มุมคนละแง่ของชิ้นงานชวนอ่านไปต่อยอด รูปแบบจดหมายของชิ้นงานชวนอ่านมีความก้ำกึ่งหลายประการที่เอื้อต่อการแตกประเด็นใหม่ๆ ตั้งแต่ความก้ำกึ่งระหว่างความรู้สึกนึกคิดจากมุมส่วนตัวกับความคิดเห็นเปิดผนึกที่ต้องการสื่อในที่สาธารณะ ความก้ำกึ่งระหว่างระยะห่างทางเวลาและสถานที่ที่ทำให้ต้องเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างพรั่งพรูกับความสนิทชิดใกล้ที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ กระทั่งความก้ำกึ่งระหว่างการเขียนไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีโครงสร้างกับการตั้งมั่นครุ่นคิดอยู่กับเรื่องสำคัญที่คาใจ

จดหมายจากเบอร์ลิน ปี 2019

ลุงเองก็ไม่ต้องห่วงผมอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ผมปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ที่เบอร์ลินได้เร็วกว่าที่คิด สิ้นปีก่อนผมผ่านการสอบวัดระดับภาษาเยอรมันที่ผู้ลี้ภัยเข้ามาใหม่ทุกคนจำเป็นต้องสอบ ทำให้เทอมที่แล้วผมมีสิทธิได้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายเหมือนกับเด็กเยอรมันทั่วไป แต่มีเรื่องหนึ่งที่ตลกมากเกิดขึ้นทั้งๆ ที่โรงเรียนผมมีเด็กเยอรมันอยู่เต็มไปหมด แต่เพื่อนคนแรกในเบอร์ลินที่นั่งติดกับผมในห้องเรียนกลับเป็นผู้ลี้ภัยเหมือนกัน

จดหมายถึงเบอร์ลิน ปี ๒๐๑๙

ฉันจะยังไม่ไปไกลถึงสันติภาพของโลก ฉันจะขอพูดถึงประเทศของฉันนี่แหละก่อน แล้วฉันก็นึกถึงคำคำหนึ่ง คำนั้นคือ “ชังชาติ” นี่นับเป็นคำใหม่และกำลังติดตลาด มันถูกคิดขึ้นใช้เมื่อไม่นานนี้เอง(คุณอาจเคยได้ยินมาแล้ว)โดยฝ่ายไม่เอาประชาธิปไตยเพื่อใช้ประณามฝ่ายประชาธิปไตยท่ามกลางบรรยากาศการเมืองแบบแบ่งขั้วที่ยังติดหล่มยืดเยื้อมายาวนาน . . . ฉันเองแม้ไม่ชอบคำนี้ แต่ฉันรู้ว่าจะไปห้ามไม่ให้เขาพูดไม่ได้ เพราะโดยหลักแห่งเสรีภาพเขาย่อมสิทธิที่จะพูด ถ้าฉันไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วย ที่ฉันจะทำได้คือ ใช้เสรีภาพเดียวกันนั้นพูดแสดงความคิดของฉันโต้กลับไปเท่านั้นเอง การโต้กันไปมาเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะมันก่อประโยชน์ให้กับทั้งระดับบุคคลและสังคมได้

จดหมายจากรัฐนี่

ข้าพเจ้าเห็นใจประชาชนทั้งหลาย ความขัดแย้งทางการเมืองได้สอนให้รู้ว่า การที่เขาอยู่เฉย หรือยอมเป็นเครื่องมือของนักการเมือง  ย่อมทำให้เขาไม่อาจพ้นความสูญเสียไปได้ คัดค้านความขัดแย้ง และพิทักษ์สันติภาพเท่านั้นที่ประชาชนจะยังอยู่อย่างร่มเย็น เวลานี้ไม่ว่าที่ไหนในรัฐนี่มีแต่คนทำงานกันอย่างขะมักเขม้นทั้งนั้น ประชาชนในเมืองหลวงได้ร่วมกับ   นักเคลื่อนไหวองค์กรเอกชน 2475  นักวิชาการ นักศึกษา ประชาชนที่รักสันติภาพที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านก็มี พวกเขามาช่วยขนอิฐ   ขนหิน ซากปรักหักพังที่มาจากการชุมนุมประท้วงอันเกิดจากความขัดแย้งนั้น เพื่อให้การบูรณอาคารนั้นได้รวดเร็วเข้า ศูนย์ราชการ ห้างร้าน สนามกีฬา ได้สร้างขึ้นมากมายตามริมถนนหนทางที่มีแสงไฟสวยงาม เวลานี้ประชาชนในเมืองหลวงได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อจะได้ให้เมืองหลวงแห่งนี้สมกับที่จะเป็นเมืองจัดการประชุมสันติภาพสากลในคราวนี้

จดหมายจากมิวนิค

การปรับตัวเริ่มต้นขึ้นหลังจากถูกมัดจำทำสัญญาก่อนแต่งงานเริ่มต้นขึ้น ดินแดนที่หญิงไทยหมายปองต้องการมีโอกาสมาเดินเชิดฉายดั่งดาราไทย อวดความยิ่งใหญ่ในพรมแดงมิปาน ภายใต้ความสุขที่เจือจางและบางครั้งเจือปนด้วยอารมณ์หม่นเทาของความเงียบเหงาในการย้ายดินแดนด้วยอัตคัดขาดแคลนวาจาศัพท์วัจนภาษาเพื่อการดำเนินชีวิตของตนในแต่ละวัน จากการอ่อนด้อยทั้งภาษาดั้งเดิมเมืองเกิดเมืองนอน หล่อรวมไปถึงภาษาใจก็มิสามารถถ่ายทอดให้เป็นผู้เป็นคนได้ดีอีกด้วย นับประสาอะไรกับภาษาที่ 3 อย่างภาษาด๊อยซ์ กับคนอ่อนด้อยอย่างฉัน

คำตัดสิน “เขียนใหม่นายผี” – “อัลละหุ อักบฺร! มฺรเดกะห มุสลีมีน! ตันหยงมลายู เฮาะฆ โอรังมลายู!”

จากผลงานของอัศนี พลจันทร เกี่ยวกับชนมุสลิมมลายู จะเห็นได้ว่าความนับถือและร่วมมือร่วมใจนั้นไม่ได้ถูกขีดเส้นจำกัดด้วยศาสนาหรือชาติพันธุ์หรือพรมแดนรัฐ หากแต่การเข้าถึงและเข้าใจความจำเพาะเจาะจงของความเป็นมาและความเป็นไปของศาสนา ชาติพันธุ์ และพรมแดนรัฐนั้นๆต่างหาก ที่เป็นกุญแจไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจและการจับมือกันต่อสู้กับความอยุติธรรมจากอำนาจนานา–และการทำงานข่าวก็เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้นั้น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความรู้สึกมีชะตาเชื่อมโยงลึกซึ้งถึงกัน

รายงานข่าว เรื่อง ตันหยงกู โปลีติกกู

ปรากฏการณ์การกลับมาอีกครั้งของผู้นำกลุ่มวะดะห์ในนามพรรคประชาชาติที่สามารถกวาดคะแนนเสียงของประชาชนในสามจังหวัด สามารถพิจารณาได้ว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ต่างอะไรมากนักกับการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา โดยประชาชนยังคงตัดสินใจเลือกผู้แทนด้วยปัจจัยของบุคคลมากกว่าพรรคการเมืองและเรื่องศาสนา การเปลี่ยนขั้วของนักการเมืองมาอยู่พรรคใหม่ผนวกกับกระแสการอยากเปลี่ยนของประชาชนในพื้นที่จึงส่งผลให้ไม่มีพรรคการเมืองใดที่จะผูกขาดความนิยมอย่างต่อเนื่องของพื้นที่สามจังหวัดได้

คำตัดสิน “เขียนใหม่นายผี” – การละเมิดอำนาจศาล

ความหลากหลายในน้ำเสียงที่ต่างก็น่ารับฟังในบทความทั้งสี่ชิ้นนี้ เป็นข้อพิสูจน์ว่าการเสนอความเห็นวิจารณ์เกี่ยวกับการใช้อำนาจทางกฎหมายของศาลไทยนั้น สามารถทำได้และควรได้รับการส่งเสริม ทั้งนี้ ความน่าเชื่อถือของศาลนั้นมิใช่อยู่ที่การปราศจากเสียงวิจารณ์ หากอยู่ที่การยอมรับให้มีการวิจารณ์ เพราะเหตุว่าศาลเองย่อมต้องสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า การใช้อำนาจของตนนั้นมิได้เป็นฝ่ายไปละเมิดอำนาจอันไม่ควรถูกละเมิดเสียยิ่งกว่าของประชาราษฎร

บทความ เรื่อง คดีละเมิดอำนาจศาลกับกระบวนพิจารณาคดีละเมิดอำนาจศาลของไทย

จากการศึกษาความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลผ่านทางการให้เหตุผลประกอบคำพิพากษาของคำพิพากษาฎีกาตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 – 2554 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 76 ปี พบว่า ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลมีความพิเศษแตกต่างไปจากความผิดฐานอื่นๆ ตรงที่เป็นคดีที่มีลักษณะการดำเนินคดีแบบ ONE STOP SERVICE

บทความ เรื่อง ข้าพเจ้าใคร่ถาม

ที่ศาลรัฐธรรมนูญอ้างว่าเพื่อขยายสิทธิให้แก่ประชาชนผ่านการยื่นคำร้องได้โดยตรง แท้แล้วเป็นการขยายสิทธิให้แก่ศาลรัฐธรรมนูญเองเสียมากกว่า ขออภัย ข้าพเจ้าไม่อยากจะพูดเลยว่า เหมือนศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า โยนข้ามหัวอัยการสูงสุดมาได้เลยเดี๋ยวจะจัดให้ — การกระทำเช่นนี้เท่ากับว่าศาลเป็นผู้ “ละเมิดรัฐธรรมนูญ” เสียเองใช่หรือไม่?

1 2 3 4